บทความ

เจาะลึกข้อสอบ TOEFL iBT & คะแนน TOEFL iBT ใช้ยื่นแพทย์และทันตะที่ไหนได้บ้าง

25 มกราคม 2021



แชร์ :

เจาะลึกข้อสอบ TOEFL iBT & คะแนน TOEFL iBT ใช้ยื่นแพทย์และทันตะที่ไหนได้บ้าง

TOEFL

         หากเราวางแผนจะไปเรียนต่อต่างประเทศ  โดยหลักสูตรหรือประเทศที่ต้องการไป  ใช้ภาษาอังกฤษสำหรับการเรียนการสอน  พี่อยากให้น้อง ๆ ทำความรู้จักกับการสอบ TOEFL เพราะมีโอกาสสูงที่อนาคต น้อง  ๆ อาจจะต้องใช้คะแนนสอบจากค่ายนี้

 

เพราะไม่ใช่ภาษาประจำชาติ  จึงขาดคะแนนไม่ได้

TOEFL คือ (Test of English as a Foreign Language ) เป็นข้อสอบวัดระดับการใช้ภาษาสำหรับสื่อสาร  สำหรับชาวต่างชาติใด ๆ ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติ  และต้องการศึกษาต่อในหลักสูตร หรือโปรแกรมที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนแบบ 100%  โดยผลคะแนน TOEFL  เป็นที่ยอมรับของสถาบันการศึกษาทั่วโลก

การสอบ TOEFL เป็นการสอบที่จัดขึ้นโดย Educational Testing Service หรือ ETS  (สถาบันเดียวกันกับที่จัดสอบ TOEIC) ซึ่งการสอบ TOEFL มี 2 รูปแบบ คือ  แบบ iBT และ แบบ ITP  เพื่อไม่ให้สับสน อยากให้น้อง ๆ ได้มีข้อมูลไว้  เพราะถ้าเลือกสอบผิด หรือยื่นคะแนนผิดแบบ อาจทำให้ชีวิตเปลี่ยน

1. แบบ TOEFL (iBT) ย่อมาจาก TOEFL Internet-Based Testing  จะเป็นการทดสอบระดับการใช้ภาษาอังกฤษทั้ง 4 ทักษะ คือ Listening , Reading , Writing และ Speaking โดยเป็นการทำข้อสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ตามสถานที่สอบที่กำหนด  คะแนน TOEFL (iBT) นี้เป็นที่ยอมรับทั่วโลก  เพราะถือว่าเป็นการสอบตามมาตรฐานที่กำหนด  การสอบแบบ iBT จะนับคะแนนทุกทักษะรวมกันเป็นคะแนนสุดท้าย  โดยช่วงคะแนนที่รายงานจะอยู่ที่ 0-120

2. แบบ TOEFL (ITP) หรือ TOEFL Institutional Testing Program เป็นการสอบที่จัดขึ้นโดยองค์กรหรือสถาบันต่าง ๆ ซึ่งองค์กรหรือสถาบันเหล่านี้  ได้ทำการซื้อข้อสอบจาก ETS แล้วมาจัดสอบกันเอง  การสอบแบบ ITP นี้ จึงเป็นการสอบบนกระดาษข้อสอบเหมือนการสอบทั่วไป  แต่การสอบ ITP ข้อสอบจะมีแค่ 3 ส่วนคือ Reading, Structure (grammar), Listening ซึ่งข้อสอบ Writing อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้  แต่ถ้ามีก็ไม่บังคับสอบ  การสอบ ITP จะมีผลคะแนนอยู่ระหว่าง  310 – 677 โดยผลคะแนนการสอบแบบนี้จะใช้ได้กับสถาบันที่จัดสอบเท่านั้น  นั่นคือ  ผลคะแนนแบบ ITP  “ยังไม่ได้รับการยอมรับในระดับสากล”  แม้ข้อสอบจะมาจากที่เดียวกัน

เห็นไหมคะว่าการหาข้อมูลเรื่องรูปแบบของการสอบนั้นสำคัญอย่างไร  หากเราเห็นสถาบันต่าง ๆประกาศว่ารับสมัครสอบ  ก็ควรสืบค้นข้อมูลเบื้องต้น  หรือวางแผนก่อนว่า ในระยะยาวเราจะสามารถใช้คะแนนสอบนี้ได้หรือไม่  จะได้ไม่เสียทั้งเงินและเวลา  หรือพลาดโอกาสในการเรียนต่อด้วยค่ะ

 

เค้าสอบอะไรกันบ้าง

     เนื่องจากการสอบ TOEFL เป็นการสอบวัดระดับภาษาเพื่อการศึกษาต่อโดยเฉพาะ  ข้อสอบจึงเน้นความเข้าใจ  ว่าเราเข้าใจในสิ่งที่โจทย์สื่อไหม หรือสรุปใจความสำคัญมาเป็นคำตอบได้หรือไม่ (ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการเรียนในโปรแกรมที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก  เพราะถ้าเราไม่เข้าใจ  เราก็ไม่สามารถเรียนจบหลักสูตรได้) 

     ในที่นี้เนื่องจากการสอบแบบ iBT เป็นที่ยอมรับมากกว่า  พี่เลยจะขอพูดถึงการสอบแบบ iBT เป็นหลักนะคะ  มาดูกันว่าข้อสอบเป็นแบบไหนบ้าง  เข้าทำนอง  รู้เขารู้เรา  รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง

 

ข้อสอบจะมีทั้งหมด 4 Part ให้เวลา 3 ชั่วโมง แต่ละ Part มี 30 คะแนน รายละเอียดดังนี้ค่ะ
 

1. Reading Part  (ใช้เวลาสอบประมาณ 60 - 90 นาที  คะแนนเต็ม 30 คะแนน)

     บทความที่มีในข้อสอบจะมาแนววิชาการ  โดยส่วนมากจะหยิบยกมาจากหนังสือหรือบทความวิชาการของระดับปริญญาตรี  ซึ่งมีหลากหลายแนว ประมาณ 3-4 บทความ  โดยเราต้องตอบคำถามจากสิ่งที่อ่าน  และอย่างที่พี่ได้บอกไว้ตอนต้น  ข้อสอบเน้นความเข้าใจ  ดังนั้น  โจทย์จะพยายามถามเพื่อให้มั่นใจว่าเราเข้าใจจริง ๆ 

 

     ตัวอย่างแนวข้อสอบ  เช่น  โจทย์อาจให้บทความเกี่ยวกับการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ประมาณ 3 ย่อหน้า  แล้วถามว่า เป็นการค้นพบที่ไหน  หรืออาจถามว่า  คำในบทความบรรทัดไหน  ย่อหน้าไหน  แปลว่าอะไร  ซึ่งเราอาจตอบได้ทันทีถ้ารู้ศัพท์ หรือคาดเดาความหมายจากคำโดยรอบก็ได้ค่ะ

 

2. Listening Part (ใช้เวลาสอบประมาณ 20 นาที  คะแนนเต็ม 30 คะแนน)

     ส่วนนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราเห็นประเด็นในการสอบ TOEFL ชัดเจน  ว่าเป็นการสอบเพื่อการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก  ใน Listening Part นี้ จึงเป็นการฟังสถานการณ์จำลองเวลาเราอยู่ในสถาบัน หรือห้องเรียน แล้วดูว่าว่าสามารถตอบคำถามได้หรือไม่  โดยจะแยกเป็น  การจำลองบทสนทนา 2-3 บท แต่ละบทมีประมาณ 5 คำถาม และ ฟังบทบรรยายแบบ Lecture 3-4 บท แต่ละบทคำถาม 6 ข้อ

 

ตัวอย่างแนวข้อสอบบทสนทนา เช่น การสร้างสถานการณ์จำลองบทสนทนาระหว่างนักศึกษาและพยาบาลในห้องพยาบาล เมื่อฟังจบแล้ว  โจทย์อาจถามว่า  สรุปแล้วนักศึกษาคนนี้มาทำไม  หรือ  อาจถามถึงท่าทางของแต่ละตัวละครว่า เพราะเหตุใด  เขาจึงแสดงท่าทางแบบนั้น  ซึ่งเราต้องดูและฟังไปด้วยจึงจะตอบได้

 

ส่วนข้อสอบฟังแบบบรรยาย  โจทย์อาจจะให้ฟังบทบรรยายสอนในห้องเรียนวิชาใดวิชาหนึ่ง  แล้วให้เราเลือกคำตอบที่เป็นข้อสรุปว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร  และอาจมีคำถามเกี่ยวกับหัวข้อเรื่องที่บรรยาย  เช่น  หากบรรยายเรื่องแมลง  อาจถามว่า บทบรรยายที่อาจารย์พูดถึง  เป็นแมลงชนิดใด  เป็นต้น

 

เทคนิคการทำข้อสอบพาร์ท Listening คือ  ต้องซ้อมฟังคลิปจากเจ้าของภาษาและจับ Keyword ให้ได้ โดยอาจใช้วิธีการจด Note คำสำคัญไว้  จะทำให้ทุ่นระยะเวลาในการคิดคำตอบได้ดีเลยค่ะ

 

3. Speaking Part (ใช้เวลาสอบประมาณ 20 นาที  คะแนนเต็ม 30 คะแนน)  -ให้เวาทำ 20 น

เนื่องจากเป็นการสอบผ่านคอมพิวเตอร์  การสอบพูด จึงเป็นการบันทึกเสียงคำตอบ แล้วส่งให้ส่วนกลางของ ETS เป็นผู้ตรวจคำตอบ  โดยจะแยกเป็น

  • Independent Task จำนวน 2 ข้อ (ให้เวลาข้อละ 1 นาที  โดยแยกเป็น  เวลาเตรียมตัวตอบ 15 วินาที และเวลาตอบคำถาม 45 วินาที) เป็นการถามความเห็นทั่วไปของผู้สอบ  เช่น เราควรอนุญาตให้นักศึกษามหาวิทยาลัยทำงานพาร์ทไทม์หรือไม่  ตรงนี้เราต้องเลือกคำตอบ ว่าควร หรือไม่ควร  แล้วต้องตอบเหตุผลด้วยว่าเพราะอะไร 

  • Integrated Task จำนวน 6 ข้อ (ให้เวลาข้อละประมาณ 1.30 นาที  แยกเป็น เวลาเตรียมตัวตอบ 30 วินาที และเวลาตอบคำถาม  1  นาที)   จะเป็นการผสมผสานหลายทักษะเข้ามาร่วมแก้โจทย์ เช่น  การอ่าน  การฟังบรรยาย  แล้วพูดเพื่อสรุปคำตอบ  เช่น  โจทย์อาจให้อ่านบทบรรยายบทหนึ่ง แล้วให้สรุปใจความสำคัญ  หรือตอบคำถามตามที่โจทย์ให้มา

บนเว็บไซต์ของ ETS  จะมีแนวข้อสอบให้ฝึก  โดยเมื่อเข้าไปที่หน้าเว็บหลักของ ETS แล้วให้มองหาเมนู “Free Practice Test” และ “Launch the TOEFL iBT Free Practice Test” ซึ่งจะมีแนวข้อสอบทั้งแบบ Independent Task และ Integrated Task ให้เราได้ทดลองทำ

 

4. Writing Part  (ใช้เวลาสอบประมาณ 50 นาที  คะแนนเต็ม 30 คะแนน)

การสอบข้อเขียนจะเป็นการพิมพ์คำตอบเป็นบทความแล้วส่งให้  ETS ส่วนกลางตรวจเช่นเดียวกับ Speaking โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ

  • การเขียนตอบจากสิ่งที่ได้อ่านและฟัง ( ให้เวลา 20 นาที)  โดยเราจะได้อ่าน Lecture จากนั้นฟังบรรยาย  ซึ่งเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลทั้งสอง  อาจ  เสริมข้อมูลกันและกัน  ขัดแย้งกัน  อธิบาย  หรือขยายความเข้าใจ  ต้องจับใจความแล้วพิมพ์ตอบประมาณ 150-220 คำ

  • การเขียนจากประสบการณ์และความคิดเห็นของตัวผู้สอบ ( ให้เวลา 30 นาที)    โดยเราจะได้รับข้อความสั้น ๆ มา  จากนั้นจึงตอบคำถามด้วยการบรรยายประมาณ 300 คำ  คำถามมักออกมาในรูปแบบ เราเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่โจทย์กำหนด  ซึ่งเราจะตอบยังไงก็ได้  แต่ต้องแจงเหตุผลให้มีน้ำหนักด้วยค่ะ

 

เราเอาคะแนน TOEFL ไปใช้ยังไง

สำหรับคนที่มีเป้าหมายจะพัฒนาภาษาอังกฤษของเราไปให้ถึงระดับอินเตอร์  TOEFL มีประโยชน์ดังนี้ค่ะ

1.ใช้คะแนนยื่นสำหรับศึกษาต่อต่างประเทศ

2. ใช้คะแนนยื่นศึกษาต่อในประเทศสำหรับโปรแกรมหลักสูตรอินเตอร์  หรือหลักสูตรนานาชาติของหลาย ๆ        สถาบัน

3. ใช้ยื่นประกอบการขอวีซ่าเพื่อเรียน เพื่อทำงาน หรือเพื่ออยู่อาศัยระยะยาวในบางประเทศได้

4.  ผลคะแนน TOEFL ได้รับความเชื่อถือ และสามารถใช้ยื่นประกอบการสมัครงานหรือเลื่อนตำแหน่งใน             องค์การต่าง ๆ ทั่วโลก

5. ผลคะแนนสามารถยื่นเป็นผลงานเพื่อการสอบติดแบบ Fast Track ในหลักสูตรบางหลักสูตรในระดับ              มหาวิทยาลัย  (ตรวจสอบรายชื่อมหาวิทยาลัยได้ที่ http://www.toeflgoanywhere.org/ )

6. คะแนนมีอายุ 2 ปี  ดังนั้น  น้อง ๆ ควรวางแผนให้ดีเพื่อที่จะใช้คะแนนให้ทันในรอบเวลานะคะ

 

ค่าสมัครสอบ TOEFL iBT ประมาณ 6,000 บาท  โดยสามารถสมัครสอบได้ที่ https://www.ets.org/mytoefl  สนามสอบสำหรับประทศไทยจะมีที่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ หาดใหญ่ สระบุรี และศรีราชา  แต่แนะนำให้สอบถามแต่ละศูนย์ก่อนสมัครนะคะ  เพราะบางศูนย์เปิดสอบเป็นรอบ ๆ ค่ะ

 

คะแนน TOEFL ใช้ในการยื่นเข้าแพทย์และทันตะที่ไหนได้บ้าง ?

 

สำหรับการสอบ TCAS64 สามารถใช้ยื่นรอบ 1 Portfolio ได้แก่

1. คณะแพทยศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : TOEFL iBT ≥  100 รับ 24 คน

2. คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัย มหิดล หลักสูตร 2 ปริญญา : TOEFL iBT ≥ 80

3. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

- โครงการผลิตแพทย์ นักวิทยาการข้อมูล : TOEFL iBT ≥  60 รับ 10 คน

- โครงการเรียนดี โอลิมปิก : TOEFL iBT ≥ 60 รับ 25 คน

- โครงการเรียนดี อังกฤษ  รับรวม 25 คน แบ่งเป็น นักเรียนจาก

              • รร.ไทย : TOEFL iBT ≥ 79 

              • รร.นานาชาติ : TOEFL iBT ≥ 100   

4. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

- โครงการผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษทางวิชาการและภาษาอังกฤษ (MDX) : TOEFL iBT ≥ 53 รับ 44 คน

-  โครงการผลิตแพทย์เพิ่มร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (MD02) : TOEFL iBT ≥ 53 รับ 76 คน

5. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี : TOEFL iBT ≥ 42  รับ 48 คน

6. คณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข ราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

    PCCMS และ University College London (หลักสูตร 2 ปริญญา) TOEFL iBT ≥ 100 รับ 28 คน

7. คณะแพทยศาสตร์บัณฑิต หลักสูตรนานาชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  รั

    TOEFL iBT ≥ 94  รับ 40 คน

8. วิทยาลัยแพทย์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (CICM)

    TOEFL iBT >= 79 รับ 29 คน

9. คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ความเป็นเลิศทางด้านภาษาอังกฤษ) : TOEFL iBT ≥ 100 รับ

    4 คน

10. คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล : TOEFL iBT ≥ 80  รับ 5 คน

11. คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (หลักสูตรนานาชาติ) : TOEFL IBT ≥ 79 รับ 30 คน แบ่งเป็น

- นักเรียนจากทั่วประเทศ และต่างประเทศ รับ 25 คน

- นักเรียนจากโรงเรียนสาธิตนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล รับ 5 คน

12. คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น TOEF iBT ≥ 65  รับ 5 คน


Recent Post

Copyright © 2017 All Rights Reserved.